หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ลัดดา ใครทำชีวิตเธอพัง ! ตอนที่ 7


ความเดิมตอนที่แล้ว  ลัดดายังไม่หายเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของพ่อ  เธอจึงตัดสินใจกลับมาอยู่กับพ่อ
                        เมื่อลัดดาลาออกจากโรงงานทำรองเท้าของพี่เพ็ญแล้ว  เธอจึงเดินทางมุ่งหน้ากลับบ้านเกิด  เธออยากจะกลับไปอยู่ที่บ้านพ่อของเธอ    แต่เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ปรากฏว่าบ้านที่เป็นของพ่อเธอนั้น  ไม่มีอยู่แล้ว กลายเป็นฟาร์มกุ้งใหญ่โต  เธอตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้ไปหาญาติห่างๆ คนหนึ่ง ที่อยู่บ้านใกล้เคียง  จึงได้รู้ว่า มีคนมาขอซื้อและเขาก็ติดต่อลัดดาไม่ได้ จึงขายไป  แต่ยินดีรับลัดดาให้มาอยู่ในบ้านเดียวกัน  ลัดดาก็จำต้องมาอยู่บ้านของญาติคนนั้น  ถ้านับญาติกันเธอก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับลัดดา  เธอชื่อพี่อัญ  เธอยกห้องให้ลัดดาพักห้องหนึ่ง  ทุกๆ วันลัดดาจะเอาแต่อยู่แต่ในห้อง  ไม่ออกมาพบเจอหน้าใคร  เธอจะออกมาเพียงแค่เวลาต้องกินข้าวเท่านั้น  
                        วันหนึ่งขณะที่เธอออกมานั่งเล่นข้างนอก  เธอก็ได้เจอกับดาริน  ดารินดีใจมากที่ได้พบกับลัดดา  เธอหวังว่าจะได้มาอยู่ด้วยกันกับลัดดา   ดารินยังเด็กนัก  เธออายุเพียงแค่  13  ปีเท่านั้น  ตั้งแต่พ่อตายก็ทำให้ดารินมีความหวังว่าจะได้อยู่กับพี่สาวของเธอ   แต่ลัดดาแปลกใจเมื่อพบว่าดารินมาหาเธอเพียงลำพัง  เธอซักถามน้องอยู่พักใหญ่จึงได้รู้ว่าดารินหนีออกจากบ้านของป้าฤทัยมา   เธอไม่รู้จะทำยังไง  ลัดดาไม่อยากให้น้องต้องเป็นแบบเธอ  เธอจึงแอบโทรหาพี่อัญ และให้พี่อัญบอกป้าฤทัยให้มารับตัวดาริน กลับไป  ไม่นานนักป้าฤทัยก็มารับตัวดารินกลับไป  เธอไม่อยากไปเลย  เธอร้องไห้  และบอกกับป้าฤทัยว่าต้องการอยู่กับพี่ลัดดา  แต่ป้าไม่เห็นด้วยจึงรีบพาเธอกลับไป  แถมยังแสดงท่าทีสงสาร แกมสังเวชใจแก่ ลัดดาอีกด้วย  ตั้งแต่วันนั้นลัดดาก็ไม่เคยออกมาจากห้องของเธออีกเลย
                        เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์  เมื่อพี่อัญกลับมาจากทำงานในตัวจังหวัด  เธอจะกลับเข้ามาเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้น    พี่อัญเห็นดารินไม่ยอมออกมาจากในห้องเลยจึงได้เข้าห้องไปดู  ถึงได้เห็นว่าลัดดาเอาแต่นอนอยู่บนเตียง เนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ ดำๆ ทั้งตัว และผอมลงอย่างสังเกตได้   จึงได้พาเธอไปส่งโรงพยาบาลทันที  หมอใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง  ที่เข้าไปตรวจลัดดา  และออกมาบอกกับพี่อัญถึงสาเหตุที่เธอป่วย  และไม่ค่อยยอมกินอะไร  แถมยังผอมซูบ อีกทั้งยังมีรอยจ้ำ ๆ ตามเนื้อตัว พี่อัญตกใจมาก เธอแทบไม่อยากเชื่อตัวเอง  ถ้าไม่ได้ยินจากที่หมอบอก ถ้าไม่ได้เห็นจากผลตรวจที่ออกมา  ลัดดาติดเชื้อเอชไอวีระยะที่สอง  แต่หมอบอกว่าเธอยังมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน  หากได้รับการดูแลที่ดี  เอาใจใส่และได้กำลังใจจากญาติ   พี่อัญตัดสินใจติดต่อไปยังศูนย์ที่ดูแลและบำบัดผู้ที่ติดเชื้อ  พี่อัญจึงได้ทำเรื่องส่งตัวลัดดาไปทันทีที่เธอออกจากโรงพยาบาล
                        นับแต่วันนั้นมาที่ลัดดาไปอยู่ที่ศูนย์บำบัดผู้ป่วย  เธอไม่เคยได้รับการติดต่อจากทางบ้านอีกเลย  ไม่เคยมีใครมาหาเธอ  ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเธอ  ป้าของเธอ  หรือแม้แต่น้องสาวแท้ๆ ของเธอ เธอเสียใจและน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง  แต่ในใจลึกๆ ก็ยังดีใจที่สุดท้ายเธอจะได้ไปอยู่กับพ่อ  เธอจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป  นับจากนั้นก็ไม่มีใครได้ข่าวของลัดดา จนเวลาผ่านล่วงเลยไปเกือบ 5  ปี  ที่พี่อัญได้รับโทรศัพท์จากศูนย์บำบัดว่า  ลัดดาเสียชีวิตแล้ว และทางศูนย์ฯ ก็จัดการให้เรียบร้อยแล้ว  พี่อัญจึงได้บอกกับป้าฤทัย  วันนั้นดารินจึงได้รู้ว่าเธอไม่เหลือใครอีกแล้ว  ครอบครัวของเธอ  พ่อของเธอ  พี่สาวของเธอ   เธอเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับพี่ลัดดาจนวาระสุดท้ายของชีวิต 
                        ลัดดา  เด็กสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา  ทะเยอทะยานและเพ้อฝัน  เหตุใดที่ทำให้เธอต้องจากไปด้วยวัยเพียง  25  ปี  ใครกันทำให้ชีวิตของเธอต้องพังพินาศลง  เธอจะโทษใคร  ในเมื่อเธอตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวของเธอเอง  แม้ในวันที่เธอตาย  เธอก็ยังดีใจ  คนๆนั้นคือเธอ ไม่ใช่ดาริน  น้องสาวที่เธอรักมากที่สุด

ขอขอบคุณ  ดาริน   ผู้ซึ่งเล่าให้เราฟังถึงโศกนาฏกรรม ข้างต้น  ไม่มีใครหรอกที่ผิด แต่เพราะไม่มีใครล่วงรู้ชะตาชีวิตในอนาคตของเราได้   แต่เราเพียงแค่ต้องทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ลัดดา ใครทำชีวิตเธอพัง ! ตอนที่ 6


ความเดิมตอนที่แล้ว  ลัดดาใช้ชีวิตทุกๆ วันในโรงงานอย่างมีความสุข  แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเธอ  
                   ในวันหนึ่ง  ขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่ในโรงงานนั้น  ก็เป็นเหมือนทุกๆ วัน หากแต่วันนี้มีโทรศัพท์ทางไกลมาถึงเธอ   ป้าฤดีเป็นคนโทรมาหาเธอ  เธอเคยให้เบอร์ป้าฤดีไว้เมื่อครั้งที่เธอมาทำงานที่โรงงานใหม่ๆ  ป้าฤดีพูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้จะดีนัก  เอาแต่ร้องไห้  และบอกให้ลัดดาใจเย็น ๆ  ป้าให้ลัดดาตั้งใจฟัง  พ่อของลัดดาเสียแล้ว  เมื่อวานนี้ ตอนนี้ศพอยู่ที่วัด  อยากให้ลัดดากลับมางานศพของพ่อ  เมื่อเธอได้ยินที่ป้าพูดดังนั้น เธอตกใจทำโทรศัพท์ตก  และวิ่งออกจากโรงงานไปยังห้องพักพร้อมรอยน้ำตา  เธอวิ่งไปร้องไห้ไปตลอดทาง  จนถึงห้องพัก เธอรีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางและเดินไปยังห้องของพี่เพ็ญ บอกลาพี่เพ็ญเพื่อกลับไปงานศพของพ่อ  พี่เพ็ญจึงให้เงินเธอไปจำนวนหนึ่งและยังยินดีต้อนรับหากเธอจะกลับมาทำงานที่โรงงานอีก  เพราะลัดดาเป็นคนขยันขันแข็ง ทำงานดี  เธอไปขึ้นรถโดยสารพร้อมกับไม้แฟนใหม่ของเธอ
                   ตลอดการเดินทางที่แสนยาวนาน ไม้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปลอบใจลัดดา   เขารู้ว่าไม่มีประโยชน์เลยสักนิด   เพราะลัดดาเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด และเอาแต่โทษว่าเป็นความผิดของเธอ  เธอเสียใจที่ไม่ได้เห็นหน้าพ่อ  เสียใจที่ไม่ได้กลับไปหาพ่ออย่างที่เธอตั้งใจ  เธอเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายว่าพ่อจากไปเพราะเธอ  จนกระทั่งผล็อยหลับไป  นานกว่า  14  ชั่วโมงเมื่อเธอกลับไปถึงบ้าน  เธอไปที่วัดเลย   และวันนี้เธอได้เจอกับดาริน  น้องสาวคนเดียวของเธอ  ซึ่งตอนนี้อายุประมาณ  12 ปี   ที่เธอจากไป 10 กว่าปี  เธอได้พูดคุยกับดารินเพียงเล็กน้อย  และปลีกตัวไปยังด้านหน้าโลงศพของพ่อ  ต่อหน้ารูปถ่ายของพ่อ  เธอเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว  จนญาติคนอื่นต้องมาดึงเธอออกไป  เมื่อเธอได้เจอกับป้าฤดี  เธอจึงถามถึงสาเหตุที่พ่อของเธอต้องจากเธอไป  ป้าฤดีเล่าว่า  วันนั้นพ่อก็ไปทำงานตามปกติ  แต่คงด้วยความที่แดดร้อนจัด  พ่อคงหมดสติไป  เพราะกว่าจะมีคนมาเห็นก็ผ่านไป  2  ชั่วโมงแล้ว  ในสมัยนั้นไม่ได้มีหมอวินิจฉัยสาเหตุการตายเหมือนเช่นทุกวันนี้  ทุกคนก็เลยลงความเห็นว่าพ่อน่าจะช็อคเพราะอากาศร้อน  และพ่อเป็นคนที่ดื่มเหล้าจัดมาก  และสูบบุหรี่ด้วย  จึงไม่ได้มีใครสงสัยถึงการตายดังกล่าว   งานศพของพ่อจัดเพียงแค่  3  วัน  ลัดดาอยู่จนถึงวันที่เก็บกระดูกพ่อเสร็จแล้ว   เธอจึงกลับไปทำงานต่อที่โรงงาน
                   เธอกลับมาที่โรงงาน  ทำงานได้เพียงแค่  1  ปีเท่านั้น  เธอก็ต้องเลิกกับไม้  เพราะตั้งแต่เธอกลับมา  ลัดดาเอาแต่ซึมเศร้า  ไม่ค่อยกินอะไร  ไม่มีสมาธิในการทำงาน เลื่อนลอย  อีกทั้งเธอยังหยุดงานบ่อย  พักหลังๆ เธอเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องพัก  ไม่ออกมาสุงสิงกับเพื่อนๆ เหมือนเคย   ร่างกายทรุดโทรม และผอมลงไปทุกวัน  นานๆ เข้าก็ไม่ยอมมาทำงาน  จนพี่เพ็ญเริ่มอดทนไม่ไหว  เรียกเธอไปคุย  ลัดดาคุยไปก็ร้องไห้ไป  และขอลาออกกับพี่เพ็ญ  พี่เพ็ญจึงให้เงินเธอกลับบ้าน และไปทำทุนต่ออีกก้อนหนึ่งด้วย  เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะกลับไปอยู่บ้าน  บ้านของพ่อเธอ
                        การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ชี้ชะตาต่อไปของเธอ
                        เธอรู้สึกผิดเสียจนไม่คิดว่าจะให้อภัยตัวเองได้
                        เธอตั้งใจกลับบ้านครั้งนี้  เหตุผลเธอคืออะไรกันแน่
                        และอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเลิกกับไม้  ทั้งที่คบกันมาเป็นปีๆ
                   ติดตามตอนสุดท้าย  ตอนที่ 7  บทสรุปของ  “ลัดดา  ใครทำชีวิตเธอพัง”

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

...เมื่อฉันแก่ตัวลง...

“เมื่อฉันแก่ตัวลง”  เป็นบทความที่คิดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของเม็กซิโก  ฉบับเดือนพฤศจิกายน  ปี  2004  เห็นว่ามีความหมายดี  จึงขออนุญาตนำบทความนี้มาแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ....
                   เมื่อฉันแก่ตัวลง...ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น...ขอโปรดเข้าใจฉัน  มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้น....อีกสักนิด
                   ถ้าฉันทำน้ำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง...ถ้าฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า  ขอให้คิดถึงตอนเธอเด็กๆ....ที่ฉันสอนให้เธอหัดทำทุกอย่าง
                   ถ้าฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆ  ที่เธอรู้สึกเบื่อ...ขอให้อดทนสักนิด  อย่าเพิ่งขัดฉัน  ตอนเธอยังเล็กๆ  ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆ ซากๆ จนเธอหลับเลย
                   ถ้าฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้....อย่าตำหนิฉันเลยนะ  ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ ได้ไหม ฉันต้องทั้งกอดทั้งปลอบเพื่อให้...เธอยอมอาบน้ำ
                   ถ้าฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆ  โปรดอย่าหัวเราะเยาะฉัน  จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม “ทำไม  ทำไม”  ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม
                   ถ้าฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว  ขอ...จงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน  เหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดิน  ในตอนที่เธอยังเล็กๆ
                   หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่...โปรดให้เวลาฉันคิดสักนิด  ที่จริงสำหรับฉันแล้ว....กำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอก  ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน....ฉันก็พอใจแล้ว
                   ตอนนี้ถ้าเธอเห็นฉันแก่ตัวลง...ไม่ต้องเสียใจ...ขอให้เข้าใจฉัน...สนับสนุนฉัน ให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอ...ตอนที่เธอเพิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ
                   ในตอนนั้น...ฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต  ตอนนี้....ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทางของชีวิตฉัน....
                   โปรดให้ความรักและความอดทน...ต่อฉัน  ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ...ในแววตาอันฝ้าฟางของฉัน  มีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉันที่มี...ให้กับเธอ
          ขอให้ลูกๆทุกคน  ที่อาจจะยุ่งอยู่กับภาระหน้าที่การงาน  หรือปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังรุมเร้าอยู่ในปัจจุบัน  ได้แบ่งเวลาหันมาเอาใจใส่กับผู้ที่รักเรา   ห่วงใยเรา  ดูแลเรา  และไม่คิดที่จะทิ้งเราไปไหน  ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากผู้ที่เป็นบุพการีของเรานั่นเอง  ดังนั้น  อย่าลืมให้เวลากับท่าน  และดูแลท่านด้วยความรักเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณกันนะคะ

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ลัดดา ใครทำชีวิตเธอพัง ! ตอนที่ 5

ความเดิมตอนที่แล้ว  ลัดดาออกจากบ้านที่เธออยู่กับแม่ และพ่อเลี้ยง  เธอไปถึงสถานีขนส่งแล้ว เธอกำลังจะได้กลับบ้านแล้ว
                        6 โมงเช้าพอดี เมื่อเธอมองนาฬิกา  ที่สถานีขนส่ง   เธอกวาดสายตามองหาช่องสถานีที่จะทำให้เธอได้กลับบ้าน   เมื่อเจอแล้วเธอจึงมุ่งหน้าตรงไปเพื่อไปซื้อตั๋วรถกลับบ้าน  เธอรีบเดินจนไม่ได้มองผู้หญิงที่เดินมาอีกทั้ง  จึงชนเข้าอย่างจัง   ผู้หญิงคนนี้ผิวสองสี รูปร่างอวบ  แลดูภูมิฐาน  น่าจะอายุประมาณสัก  30  ปี  ลัดดากล่าวขอโทษและจะรีบตรงไปซื้อตั๋ว  แต่ผู้หญิงคนนี้ ทักเธอไว้ก่อน  เธอชวนลัดดาคุยอยู่พักใหญ่  ทำให้ลัดดาตัดสินใจไปกับผู้หญิงคนนี้  เธอชื่อพี่เพ็ญ  พี่เพ็ญบอกกับลัดดาว่า  เธอเป็นเจ้าของโรงงานทำรองเท้า  โรงงานของเธออยู่ทางใต้   ทำรองเท้าส่งมาขายที่กรุงเทพ   กำลังต้องการพนักงานจำนวนมาก เพราะต้องเร่งทำรองเท้าส่งออกต่างประเทศด้วย  รายได้ดี  ลัดดาต้องการกลับบ้านเพื่อไปหาพ่อ  พี่เพ็ญชักชวนให้ลัดดาไปทำงานด้วย  และบอกกับลัดดาว่า  ให้ไปทำงานก่อน  พอทำงานได้เงินมาเยอะๆ   ก็ไปเรียนต่อ  แถมจะได้มีเงินไว้ให้พ่อด้วย  ไว้ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ  ลัดดาเกิดความสนใจเป็นอย่างมาก  จึงเชื่อพี่เพ็ญและตัดสินใจตามพี่เพ็ญไปทำงานที่โรงงานทำรองเท้า 
                        พี่เพ็ญพาเธอขึ้นรถตู้ที่จอดไว้ใกล้ๆ  ในรถตู้เธอยังพบเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชายอีกหลายคน   เธอรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่จะได้ทำงาน    เธอหลับๆตื่นๆ  อยู่บนรถตู้หลายรอบ  พักทานข้าวรอบกลางวัน  และรอบเย็น   ในความคิดของลัดดา  พี่เพ็ญดูใจดีมาก  เธอเลี้ยงข้าวเด็กที่อยู่ในรถทุกคน   หลังจากที่แวะทานข้าวรอบเย็นแล้ว  เธอมองนาฬิกาที่ร้านค้า  4  โมงเย็นแล้ว  เธอรู้สึกเมื่อยตัวเมื่อต้องนั่งอยู่ในรถเป็นเวลานาน  แล้วยังต้องนั่งต่อไปอีกไม่รู้กี่โมงจึงจะถึง   เมื่อเธอกลับขึ้นรถเธอก็หลับด้วยความอ่อนเพลีย  ผ่านไป 2 ชั่วโมง  เมื่อรถจอดสนิทเธอจึงตื่น  พี่เพ็ญเรียกเด็กๆ ทุกคนให้ตื่นและให้ลูกน้องที่ออกมารับ  พาไปหาที่พักให้   พี่เพ็ญให้พวกเธอพักกัน  ห้องละ  2  คน   และบอกว่าให้หลับให้สบายและ  พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มงานกัน  ลัดดาเดินตามลูกน้องของพี่เพ็ญไป   เธอได้พักกับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งผิวคล้ำ ตัวเล็กกว่าเธอเล็กน้อย  เธอชื่อแมวเป็นเด็กโคราช  อายุมากกว่าเธอ  2  ปี  เมื่อลัดดาและแมวได้เข้าห้องก็อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า  และนอนคุยกันจนผล็อยหลับไป
                        เช้าวันรุ่งขึ้น  เธอถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงตะโกนของหัวหน้างาน  ปลุกพนักงานใหม่ทุกคนให้ไปที่ห้องรวมพนักงาน    เมื่อลัดดาออกมาจากห้องเธอจึงได้เห็นโรงงานชัดๆ  เธอพบว่าโรงงานนี้มีพนักงานเดินกันไปมาอย่างเร่งรีบในช่วงเช้าเพื่อเข้าไปในโรงงาน  ซึ่งเธอก็เดินตามเข้าไป  ที่นั่นเธอพบคนจำนวนมากทั้งชายและหญิง  หลายสิบคนสวมเสื้อฟอร์มเหมือนกัน  เธอจึงได้เจอกับพี่เพ็ญที่นี่อีก   เธอแจกแจงงานให้พวกเราฟัง   ลัดดาและแมวได้ทำในแผนกตัดเย็บ   ลัดดากระตือรือร้นและสนใจในงานที่เธอได้รับมากเธอตั้งใจทำงานทุกวัน   และรับเงินเดือนเป็นเดือนแรก  ลัดดามีความสุขกับเงินก้อนแรกที่เธอได้รับ เธอหมดเงินไปกับการซื้อข้าวของมากมาย  ทั้งเสื้อผ้า   เครื่องสำอาง   และของกินของใช้ต่างๆ  มากมาย  จนเธอลืมความฝันของเธอไป  เธอลืมไปเธออยากกลับบ้าน  ลืมไปว่าเธออยากเรียนต่อ   เธอรู้สึกสนุกกับการทำงาน   รู้สึกมีความสุขกับเงินที่เธอมี   เธอจึงลืมเรื่องที่จะกลับบ้านไปเลย
                        เธอทำงานอยู่ที่โรงงานนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว  จนเธอจำไม่ได้ว่าอยู่มานานแค่ไหน   ลัดดาเป็นเริ่มโตเป็นสาวเต็มที่  ตอนนี้เธออายุ  14  ปีแล้ว  ด้วยความที่เธอต้องทำงานอยู่ในโรงงานและไม่ได้ออกไปไหนเลย  เธอจึงมีความสุขกับการแต่งตัวออกไปทำงานทุกวัน  จึงมีผู้ชายในโรงงานมาสนใจเธอเยอะ  เธอจึงรู้สึกว่าเธอมีความสุขที่มีคนมารุมล้อมชอบเธอและมองเธอ   เมื่อมีคนมาคุยกับเธอ เธอก็คุยด้วยกับทุกคน  แต่มีคนหนึ่งที่ลัดดารู้สึกว่าชอบ  เธอจึงคุยกับคนนี้เป็นพิเศษ  เขาชื่อพี่แมน   พี่แมนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจในตัวลัดดา  พี่แมนเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตของโรงงาน  เขาจึงมีลูกน้องเดินตามอยู่ด้วยหลายคน   ลัดดาสนใจพี่แมน และคิดว่าถ้าเธอได้เป็นแฟนกับพี่แมนคงจะเท่ห์  เพราะได้เป็นแฟนกับหัวหน้าฝ่ายผลิตของโรงงานที่มีแต่ผู้หญิงในโรงงานแอบชอบ  และจะได้มีแต่คนอิจฉาเธอ   ลัดดาคบกับพี่แมนไม่นาน  ก็เผลอตัวเผลอใจได้เสียกับพี่แมน      แต่ก็คบกันได้ไม่นาน  เพราะพี่แมนเป็นผู้ชายเจ้าชู้  เขายังคงชอบมองและพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่นด้วย   ส่วนลัดดาเองแม้จะหึงพี่แมน  แต่ด้วยความที่เธอเป็นเด็ก   และคนในโรงงานเอง  แม้จะรู้ว่าลัดดาเป็นเมียของพี่แมน  ก็ยังสนใจและชอบพูดจาจีบเธออยู่เรื่อยๆ   ไม่นานนักเธอกับพี่แมนก็ต้องเลิกกันเพราะต่างคนต่างก็มีคนอื่น       ลัดดาจึงไปคบกับลูกน้องของพี่แมน   และก็ยอมเสียตัวให้เขาไปด้วยความหลง ความใคร่   ชื่อเสียงของลัดดา    มีแต่ในทางลบ    แต่เธอก็ขยันทำงาน  เธอไม่เคยขาดงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว   เพราะเธอเองต้องการเงินมาเพื่อตอบสนองความต้องการของเธออยู่ร่ำไป   ลัดดาทำงานอยู่ที่โรงงานนี้   และเธอก็ยังคงมีความสุขกับการคบกับคนนั้นคนนี้  โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าความรู้สึก  “รัก”  จริงๆ ของเธอคืออะไร    เธอลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่บ้านไปแล้ว   เธอลืมพ่อของเธอไปสนิทเลย   กว่าเธอจะนึกจำขึ้นมาได้นี่ก็เข้าปีที่  5 เข้าไปแล้ว  
                        วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่นั้น  มีคนมาแจ้งเธอว่ามีโทรศัพท์ถึงเธอ เมื่อเธอได้รับสายดังกล่าว  เธอก็ตกใจ  ทำโทรศัพท์ตก  และรีบวิ่งออกจากโรงงานกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้อง   ไปลาพี่เพ็ญ  และรีบไปขึ้นรถโดยสารทันที  โดยมีแฟนของเธอไปเป็นเพื่อนด้วย
                             ใคร !  โทรมาหาเธอ
                        เขาโทรมาว่าอย่างไร         
                   อะไร ! ทำให้เธอต้องรีบร้อนออกจากที่นี่ไป   
                   เธอกำลังจะไปไหน    และจะกลับมาอีกหรือไม่

                                                ติดตามตอนต่อไปค่ะ
เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

ผู้ติดตาม